Shoujo Grand Summoning Ch97 ผู้คนที่แอบซ่อนตัวอยู่ และ ผลลัพธ์สุดท้ายล่ะ!

A+ A-

สองสาวอดที่จะรู้สึกอิจฉานิดๆไม่ได้เมื่อเห็นความเชื่อใจที่เขามีต่ออิคารอส มิโคโตะหันหน้าไปอีกทางด้วยความไม่พอใจ แต่ทว่าเธอก็ยังคงกังวลอยู่ “นายแน่ใจนะว่าอิคารอสจะสู้แบบสามต่อหนึ่งได้น่ะ? ถึงแม้การสู้แบบกลุ่มอิคารอสจะเก่งกว่าเดิม แต่ถ้าเจอคนระดับเดียวกันสามคนพร้อมกัน มันก็ออกจะตึงมือเกินไปรึเปล่า?”

 

“ใช้แล้วหยาน มันอันตายเดินไปนะ…..” ฮินางิคุหันมองไปอิคารอสด้วยความกังวล “นายมั่นใจจริงเหรอว่าอีกฝ่ายจะไม่มียุทธภัณฑ์ฟ้าน่ะ? ถ้าเกิดพวกมันดันมีจริงๆล่ะ? จะทำยังไงถ้าเกิดอิคารอสบาดเจ็บขึ้นมา….”

 

“ไม่ว่าจะทางด้านอาวุธหรือความสามารถที่นายว่ามามันก็แค่การคาดเดาไม่ใช้? ถ้าเกิดอีกฝ่ายมียุทธภัณฑ์ฟ้าหรืออิคารอสที่ถึงแม้จะเก่งขึ้น แต่ก็ยังคงสู้แบบสามต่อหนึ่งไม่ไหว ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วจะทำยังไง?”

 

อิคารอสที่นิ่งเงียบมาตั้งแต่ต้น ตอนนี้เองเธอก็เงยหน้าขึ้นพรวด แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ก็แฝงไปด้วยแน่วแน่ “อิคารอส สู้ได้!”

 

ฮินางิคุกับมิโคโตะ หันไปมองอิคารอสที่มีสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะหันไปมองวู่หยานอย่างจนปัญญา

 

วู่หยานพูดไม่ออก ภายใต้สายตาของสองสาว ทำให้เขารู้สึกเหมือนตนได้ทำอะไรที่ผิดมากๆ ดังนั้นวู่หยานจึงรีบเอ่ยปากพูดว่า “พวกเธอพูดก็ถูก ทุกอย่างมันมีความเป็นไปได้หมด แต่ถึงยังั้น ถ้าอิคารอสสู้ไม่ได้จริงๆ แล้วถ้าเกิดให้เธอกิน ‘ลมหายใจแห่งชีวิต’ ล่ะ? เป็นอมตะตั้งสามชั่วโมงก็คงไม่มีปัญอะไรใช้เปล่า?”

 

“ใช้แล้ว! ยังมียานี้อยู่!” ฮินางิคุกับมิโคโตะหันมามองหน้ากันด้วยความอาย เพราะพวกเธอสองได้ ‘ลืม’ มันไปซะสนิทเลย

 

เห็นภาพนี้ วู่หยานก็ส่ายหัวอย่างขบขัน แล้วพูดทั้งๆมีรอยยิ้มๆว่า “มี ลมหายใจแห่งชีวิต ที่ทำให้เป็นอมตะสามชั่วโมง ถึงแม้อิคารอสจะเสียเปรียบอีกฝ่าย แต่ก็สู้ได้แน่! ดังนั้นสบายใจได้เลย!”

 

ฮินางิคุกับมิโคโตะพยักหน้า ต่อมามิโคโตะก็พูดด้วยสีหน้าสลดว่า “บางครั้งฉันก็คิดนะว่าระบบมันขี้โกงเกินไปจริงๆ มีไอเท็มที่แหกคอกเต็มไปหมด ถ้าใครได้เป็นศัตรูด้วยก็คงพูดได้แค่อีกฝ่ายมันซวยจริงๆ……”

 

ได้ยินคำพูดมิโคโตะ วู่หยานก็หัวเราะร่า ถูกแล้ว! ระบบมันขี้โกงมาก!

 

เอิ่ม….ถึงแม้ว่ามันออกจะมี…นิสัยเสียชอบหลอกเขาอยู่บ่อยๆก็เถอะ…….

 

…………….

 

ในที่สุด เมื่อศพทุกศพโดนดูดของเหลวในร่างไปจนหมด เหลือแค่หนังหุ้มกระดูก วงเวทย์ก็ได้สำแดงพลังที่แท้จริงซักที!!

 

แสงสีแดงดุจเลือดได้ฉายแสงสว่างจ้าไม่ต่างจากพระอาทิตย์ยามพลบค่ำ และหลังจากที่เลือดหยดสุดท้ายไหลเข้าไปในวงเวทย์ ตัววงเวทย์ก็กลับคืนไปสู่สภาพเดินก่อนที่มันจะเปล่งแสง

 

แต่ทว่าถึงจะเห็นแบบนี้ คาร์ลเรียส โมมิลี้ และ ชาร์ลก็ไม่ได้แสดงสีหน้าแปลกใจอะไรเลย กลับกันพวกเขายิ่งยิ้มกว้างมีความสุขมากกว่าเดิม จากนั้นก็คลายความระวังไปจนหมด ริมฝีปากโค้งขึ้น สุดท้ายก็ทนไม่ไหวจนต้องหัวเราะออกมา

 

สีหน้าท่างแบบนั้น สามารถอธิบายได้อย่างเดียวว่า พวกมันทำตามแผนสำเร็จแล้ว!

 

และความจริงก็เป็นแบบนั้นจริงๆด้วย!

 

วงเวทย์ได้สูญเสียประกายแสงทั้งหมดไป แต่นี่กลับทำให้แมงมุมราชินีรู้สึกได้ถึงวิกฤติ อารมณ์โกรธทั้งหมดของมันได้เปลี่ยนไปเป็นลางสังหรณ์แห่งความตายจนหมด และตอนนี้เองแมงมุมราชินีก็ได้บ้าคลั่ง

 

ขณะที่วงเวทย์ยังคงไม่มีท่าทีอะไรเกิดขึ้น แมงมุมราชินีได้ใช้โอกาศนี้กระโดดขึ้นไปบนอากาศโดยใช้ขาทุกคู่ของมันกระทืบพื้นเป็นแรงส่งตัวขึ้นไป เพื่อให้มันได้ออกห่างจากวงเวทย์แม้สักนิดก็ยังดี

 

แต่ทว่ามันยังไม่ทันได้มีความสุข ก็มีแรงไร้ตัวตนกดตัวมันที่เป็นถึงแรงค์9และยังมีร่างกายที่ใหญ่โตซึ่งยากต่อการสั่นคลอนก็ได้ถูกกดตัวล่วงหล่นลงไปง่ายๆดุจกระดาษ ลงพื้น ณ จุดเดิมในวงเวทย์…..

 

พวกคาร์ลเรียสทั้งสามมองการดิ้นรนของแมงมุมราชานี พวกเขาก็ฉีกยิ้มเยาะเย้ยออกมา แตกต่างจากสีหน้าหวาดกลัวก่อนหน้านี้ลิบลับ มองรอยยิ้มชั่วๆแบบวายร้ายของพวกมัน วู่หยานก็คลี่ยิ้มเยาะเย้ยออกมาเหมือนกัน

 

ก่อนหน้านี้ที่วงเวทย์ยังไม่ได้แสดงผล แค่แมงมุมราชินีขยับตัวนิดหน่อยพวกเอ็งสามตัวก็รีบวิ่งหนีหางจุกตูดแล้ว แต่พอตอนนี้มีวงเวทย์ช่วยปราบก็รีบทำท่ายังกับชนะแล้วเชียวนะ เหอะๆ พวกเอ็งมันพวกวายร้ายเกรดBชัดๆเลยวะ!

 

แมงมุมราชินียังคงดิ้นรนไม่หยุด อ้าปากส่งเสียงคำรามที่ดังก้องไปทั่ว แต่ไม่ว่ามันจะทำยังไงก็ไม่อายจะขัยบตัวได้แม้แต่นิ้วเดียวยังกับโดนขุนเขากดทับไว้ รู้สึกร่างกายหนักขึ้น ไม่อาจขยับตัวได้แม้แต่ส่วนเดียว แมงมุมองครักษ์ก็โดนเหมือนกัน ซึ่งตอนนี้พวกมันสองตัวก็ได้นอนแผ่ไปกับพื้นเรียบร้อยแล้ว

 

พวกคาร์ลเรียสหันมามองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเสียงหัวเราะของพวกมันเป็นการส่งสัญญาณรึเปล่า แต่ทว่าหลังจากที่พวกมันหัวเราะ อีกด้านหนึ่งของทางศิลาก็ได้มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น

 

ไม่นานนัก คงของโรงประมูลก็ปรากฏตัวออกมาให้พวกวู่หยานเห็น แต่สิ่งที่ให้พวกเขาต้องขมวดคิ้ว ก็คือคนที่มามันได้มีแค่คนของโรงประมูล แต่มันยังมีคนอีกสองกลุ่มตามมาด้วย

 

ขบคิดชั่วครู่ วู่หยานก็รู้ทันที

 

‘ตูว่าแล้ว ถ้าโรงประมูลมันมีแรงค์8ถึงสามคนจริงๆ ป่านนี้พวกมันก็คงครอบครองเมืองท่าไปคนเดียวแล้วล่ะ งี้นี่เองยังมีอีกสองฝ่ายร่วมมือกับแผนบัดซบนี้สินะ……’

 

นี่จะโทษวู่หยานก็ไม่ได้ ถึงแม้เขาจะมี ‘ความทรงจำสมบูรณ์’ แต่เขาก็โดนพวกโรงประมูลดึงดูดความสนใจไปหมด จึงไม่ได้ให้ความสนใจกลุ่มอื่น บวกกับเขาสนใจแค่คนที่แรงค์6ขึ้นไป ดังนั้นจึงไม่ได้สังเกตุเห็นอีกสองกลุ่มที่ซ่อนตัวอยู่กับพวกโรงประมูล

 

“คนเลวมักอยู่ด้วยกัน!” เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ท่านประธานเราก็โกรธเกรี้ยวขึ้นทันที เอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

วู่หยานมองฮินางิคุด้วยความประหลาดใจปนอึ้งนิดๆ “เธอศึกษาคำพูดคนจีนมาได้ไม่เลวเลยนะ!”

 

ลุงจากโรงประมูลได้เดินออกมาจากฝูงคน มาตรงหน้าพวกคาร์ลเรียส แล้วโค้งตัวให้ให้ด้วยความเคารพ “ท่านทั้งสามทำสำเร็จแล้วหรือขอรับ?”

 

“เรืองแบบนี้ยังต้องให้พูดกันอีกรึ?” คาร์ลเรียสโบกมือราวกับไม่ใส่ใจ ถึงแม้จะพูดด้วยเสียงใจเย็น แต่ถ้าฟังดีๆจะรู้เลยว่าน้ำเสียงที่เขาพูดมันเต็มไปด้วยความพึงพอใจด้วย

 

ลุงเงยหน้ามองไปที่แมงมุมราชินี จึงรู้สึกได้ถึงออร่าความตายและแรงกดดันมหาศาลจากตัวมัน และยังมีเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปทั้งตัว ลุงก็ตัวสั่นด้วยความกลัวเล็กน้อย

 

“คาร์ลเรียส จบชีวิตมันซะ!” โมมิลี้เองสังเกตเห็นแรงกดดันที่แมงมุมราชินีส่งออกมา ทำเอาคนอื่นๆรอบๆตัวเขาแข็งค้างไปหมด คาร์ลเรียสพยักหน้าเห็นด้วย

 

“รู้แล้ว!” ก่อนจะหันไปจัดการ คาร์ลเรียสก็ได้ถลึงตามองไอ้สองคนที่ไม่ให้โอกาศตนโชว์ออฟต่อหน้าลูกน้องเลย จากนั้นก็หยิบเอาก้อนหินเล็กๆสีแดงดุจโลหิตออกมาจากหน้าอก

 

ทั้งสามคนก้าวเดินหลายก้าวเข้าไปใกล้แมงมุมราชินี เห็นมันที่ดิ้นรนไม่หยุดขณะเดียวกันก็มองพวกตนด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารกับความโกรธเกลียด ทำเอาพวกเขาทั้งสามขนลุกซู่

 

คาร์ลเรียสส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชาหนึ่งที เมื่อคิดว่าตนยังมากลัวการสัตว์อสูรที่ใกล้จะตายต่อหน้าลูกน้องตน เขาก็รู้สึกขายหน้าทันที “เหอะ เป็นแรงค์9แล้วมันยังไงล่ะวะ จงจำชื่อฉันที่เป็นคนปราบและฆ่าแกด้วยมือตัวเอง คาร์ลเรียสผู้นี้ไงล่ะ!”

 

คำพูดโออ้วดไร้มูลของมัน ทำเอาพวกวู่หยานที่แอบดูอยู่พูดไม่ออกไปครู่หนึ่งเลย…..

 

ทั้งสามคนต่างก็โยนหินสีเลือดเข้าไปในวงเวทย์จากนั้นก็รียถอยทันที ภายใต้สายตาของแมงมุมราชินี หินก็ได้ลอยไปตกตรงหน้ามัน วินาทีต่อมาหินก็ได้ละเหยกลายเป็นแก๊ส!

 

ในเวลาเดียวกันกับที่หินได้เปลี่ยนเป็นแก๊ส วงเวทย์ก็หมุนวนทันทีราวกับได้รับการกระตุ้น!

 

ตัวอักษรรูนที่สลับซับซ้อนได้เปล่างแสงบนอากาศ กลุ่มควันสีแดงที่แต่เดิมเป็นเลือดของผู้คนที่ตายก็ไปเข้าไปวนรอบแมงมุมทั้งสามตัว จากนั้นก็มีบาเรียสีเลือดพุ่งขึ้นมาจากใต้วงเวทย์ มาปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ข้างในแน่นอนว่าแมงมุมทั้งสามก็ไม่เป็นข้อยกเว้น…..

 

แมงมุมราชินีราวกับรู้ผลลัพธ์ของตน มันได้คำรามออกมาเสียงดังสนั่นชนิดที่ว่าสามารถเขย่าขวัญจิตใจคนที่ได้ยินได้เลย…..

 

“บึ้ม!!!!”

 

@กลุ่มลับถึงตอน432ครับ

Comment

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้