Shoujo Grand Summoning Ch41 เล่าเรื่องน้องสาวของมิโคโตะ……

A+ A-

กลางคืน…..

 

สองสาวหลับไปแล้ว ถึงแม้ก่อนหน้านี้พวกเธอจะนอนกันไปรอบนึงแล้ว แต่จิตใจที่อ่อนล้ายังไม่ได้ฟื้นฟูหมด เพราะทั้งสองก็ยังเป็นแค่เด็กสาวอายุ14-15เอง ผ่านประสบการณ์เลือดสาดแบบนั้น ถึงแม้วู่หยานจะเล่นมุข ก็ไม่ได้ทำให้พวกเธอดีขึ้นเท่าไหร่

 

วู่หยานนั่งหน้ากองไฟทำหน้าที่เฝ้าระวัง มันอาจจะมีปีศาจบุกมาอีกรอบก็ได้ อาจจะไม่เยอะเท่ารอบเมื่อกี้ แต่ก็ไม่ควรประมาท

 

ในฐานะผู้ชายเขารู้สึกว่าตัวเองควรทำหน้าเฝ้าระวัง ใช่มันน่าเบื่อ แต่มันก็คุ้มค่าที่ได้เห้นใบหน้าตอนนอนของพวกเธอ เขาเป็นโอตาคุมาก่อน เพราะงั้นการอยู่ดึกๆหรืออยู่ข้ามคืนจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร

 

ที่นี่มันกว้างมาก แต่ก็สมควนแล้วแหละ ไม่งั้นมันก็ไม่มีทางบรรจุปีศาจจำนวนมหาศาลขนาดนี้ได้  ตอนนี้พวกเขาสามคนกำลังอยู่ในทางเดินที่กว้างมากๆ นอกจากทางที่พวกเขาเดินเข้ามาตอนแรก นี้ถือว่ากว้างที่สุด

 

ตราหยกจักรพรรดิ ต้องอยู่ปลายทางข้างหน้านี้แน่……..

 

มองดูทางเดินที่ราวกับไร้ที่สิ้นสุด วู่หยานก้มหน้าคิด

 

ตราบใดที่เขาสามารถเอาหยกมาได้ และเอาไปแลกเปลี่ยนกับเศพคริสตัลอีกครึ่งนึง แล้วเขากับมิโคโตะก็สามารถไปจากโลกนี้ได้!

 

หลังจากกลับไปและอัญเชิญฮินางิคุแล้ว เขาก็ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับโลกนี้โลกนี้อีกแล้ว

 

วู่หยานจำได้ถึงรายชื่อโลกดันเจี้ยนต่างๆ ซึ่งมีหลายโลกที่เขาคุ้นเคย เมื่อก่อนเขามีความฝันอยากเข้าไปในโลกอนิเมะ แล้วตอนนี้เขาสามารทำได้ แน่นอนว่าเขาจะไปเยือนโลกพวกนั้น!

 

สักวันเขาอาจจะพาฮินางิคุกลับมาโลกนี้ แต่ถ้าจะให้หยุด ยอกเลยเป็นไปไม่ได้!

 

โลกฮายาเตะ พ่อบ้านประจัญบาน เป็นแค่สถานีแรกเท่านั้น!

 

“นี่คือที่นายบอกเฝ้ากลางคืน โดยการนั่งเหม่อยเนี่ยนะ?” ขณะที่วู่หยานกำลังคิดไปไกล ก็ถูกเสียงลื่นหูดึงกลับมา เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ก็เห็นคุณหนูเรลกันกำลังมองมาตนเอง และบนใบหน้าก็กำลังแสดงความไม่พอใจ

 

“ไม่ใช่ว่าเธอนอนอยู่เหรอ? ทำไมถึงลุกซะล่ะ?”

 

เอามือลูบหัวอย่างกระอักกระอ่วน เมื่อกี้เขาใจลอยมากเกินไป จนไม่รู้สึกถึงการมาของเธอ นี่มันออกจะละเลยหน้าที่ไปหน่อย

 

“อืม อยู่ๆก็ตื่นขึ้นมาน่ะ อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ฉันนอนเยอะแล้ว เลยนอนไม่หลับ” มิโคโตะตอบแบบขอไปที แล้วนั่งฝั่งตรงข้ามกับวู่หยาน

 

“ดูท่าจิตใจคงจะหายดีแล้วสินะ อืมๆนี้แหละ พี่สาวเรลกันที่ฉันรู้จัก” วู่หยานพูดออกไปโดยไม่คิด

 

มิโคโตะมองวู่หยานอย่างโกรธๆ “นายหมายความว่าไงกัน ห้ะ! จะบอกว่าฉันไม่เป็นผู้หญิงงั้นเหรอ? แล้วไอ้พี่สาวเรลกันนั่นมันอะไร นายกำลังเล่นตลกกับฉันงั้นเหรอ? ”

 

หัวเราะแห้งๆ วู่หยานเอานิ้มจิ้มแก้มตัวเอง “ไม่เอาน่า อย่าโกรธสิ เอ้า! นายท่านยิ้มให้”

 

“ไม่ต้องมาทำแอ๊บแบ๊วต่อหน้าฉัน! มันน่าขยะแขยง!” กัดฟันอดกลั้นไม่ให้ตัวเองเผลอไปตั๊นหน้าวู่หยาน ถ้าไม่ใช่เพราะฮินางิคุยังหลับอยู่ เธอคงปล่อยสายฟ้าช็อตเขาไปแล้ว

 

มองหน้ามิโคโตะ วู่หยานหัวเราะในใจก็รู้สึกโล่งอก ดูเหมือนเธอจะฟื้นตัวแล้วจริงๆ เขาก็กลัวว่าเธอจะจิตตก โชคดีจริงๆที่การเสียสละของเขาก่อนหน้านี้ไม่สูญเปล่า……

 

“อย่าทำมาเป็นเปลี่ยนเรื่องนะ ไอ้พี่สาวเรลกันนั่นมันอะไรกัน?” เห็นวู่หยานยิ้มโง่ๆตอบ มิโคโตะก็หงุดหงิดทันที ชื่อที่วู่หยานเรียกเธอไอ้พี่สาวเรลกันนั้น ทำให้เธอรู้สึกราวกับบางอย่างไม่ถูกต้อง

 

“เอาน่าๆ…” เกาแก้ม วู่หยานพูดว่า “เธอไม่ใช่เรลกันงั้นเหรอ? เรียกเธอว่าพี่สาวเรลกัน ก็เป็นการเคารพเธอไง”

 

มิโคโตะมองหน้าวู่หยานโดยไม่กระพริบตา “ทำไมฉันรู้สึกยังกับว่าไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้กันนะ?”

 

“อย่าไปสนใจรายละเอียดเลย จู้จี้จุกจิกมากมันเป็นนิสัยของคนแก่นะ!”

 

“จะไม่ให้สนได้ยังไงกัน!” มิโคโตะเถียงเสียงดัง “เรียกฉันพี่สาวอะไรกัน นายแก่กว่าฉัน นายมันตาลุง!”

 

“ละ..ลุง?” วู่หยานโดนคริติคอลฮิต เมื่อโดนลิ้นฉาบยาพิษของมิโคโตะเข้าไป 

 

ฉันเพิ่ง20เองนะ! ไม่ใช่ลุง! ยัยครึ่งโลลินี่!

 

นี่คือประโยคที่เขาตะโกนในใจ เพราะเขารู้ถ้าพูดออกไป ชะตากรรมเขาคงไม่ห่างจากประตูนรกสักเท่าไหร่ นี่ทำให้วู่หยานรู้สึกทรมานใจ

 

เห็นวู่หยานทำหน้าพูดไม่เข้าคายไม่ออก เธอยิ้มขำ หันหน้าไปมองกองไป ก่อนจะค่อยๆเหม่อลอย

 

ไม่รู้เมื่อไหร่ที่วู่หยานได้สติ เมื่อเห็นสีหน้ามิโคโตะ ทำไมไม่รู้ เขาถึงทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปากพูดออกไป

 

“เป็นอะไร? คิดถึงบ้านงั้นเหรอ” วู่หยานพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

ด้วยสีหน้าเหม่อลอยเธอพยักหน้า แล้วส่ายหน้า ทำให้วู่หยานมึนงง

 

บางที อาจเป็นเพราะรู้ว่าเขากำลังสงสัย มิโคโตะเหลือยตามองวู่หยาน พูดว่า “จะบอกว่าคิดถึงบ้านมันก็ไม่ถูกซะทีเดียว ชีวิตก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้เกลียดหรอก อาศัยในเมืองแห่งการศึก รู้สึกว่าปกติสุขมาก การที่ได้ไปโรงเรียนทุกวัน วันหยุดก็ไปเล่นที่เกมเซ็นเตอร์อะไรพวกนี้….”

 

ไม่รู้เป็นเพราะว่าชีวิตหลอมรวมกับวู่หยาน หรืออาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ไม่มีให้พูดด้วย หรืออาจจะเป็นตัวเธอไม่มีความกล้าพอ แต่ตอนนี้เธอรู้สึกคันหัวใจ ถ้าไม่ได้พูดมัน “แต่ว่าที่โลกนี้กลับเต็มไปด้วยเรื่องตื่นเต้น มีทั้งนักปราบปีศาจ แล้วก็ภูตผี ปีศาจ….”

 

เมื่อเอ่ยถึงปีศาจ น้ำเสียงเธอไม่ปกติ อาจจะเป็นนึกถึงการต่อสู้ก่อนหน้านี้

 

เธอฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และพูดต่อว่า

 

“แต่ตอนนี้ ฉันคิดถึงเมืองแห่งการศึกษา พ่อแม่ และรุ่นน้องที่..เอ่อ…ออกจะแปลกๆไปหน่อย…”

 

เหอะๆ ดูเหมือนมิโคโตะจะมีแผลใจกับยัยยูริ(ชิราอิ คุโระโกะ)นั่นพอดูเลยแฮะ…..

 

“พูดง่ายๆก็คือ เธอกำลังสับสนกับตัวเองสินะ ใจก็อยากกลับบ้าน แต่อีกใจก็อยากอยู่ที่นี่หาเรื่องตื่นเต้น” วู่หยานพูดตรงๆ ในใจก็อดถอนหายใจไม่ได้ สมแล้วที่พี่สาวเรลกัน ชอบหาเรื่องสนุกตื่นเต้น ไม่แปลกใจเลยว่าที่ปกติทุกวันเธอจะวิ่งเข้าไปช็อตพวกนักเลงในตรอกซอย

 

“….ประมาณนั้น ถึงจะเป็นเรื่องจริงก็เถอะ แต่พอออกจากปากนายแล้ว ทำไมฉันถึงรู้สึกไม่ดีกันนะ”

 

“คนอย่างเธอ คงจะรู้สึกมีความสุขก็แค่ตอนได้ช็อตคนอื่นนั่นแหละ….” วู่หยานพูดพึมพำเสียงเบา

 

“หือ เมื่อกี้นายพูดว่าไงนะ?”

 

“ไม่มีอะไร!” โดนมิโคโตะจ้อง วู่หยานรีบส่ายหัว มือก็สะบัดไปมา

 

มิโคโตะเม้มปากอย่างไม่พอใจ ทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วหันหน้าไปอีกทาง

 

ชีวิตในเมืองแห่งการศึกษา……ธรรมดางั้นเหรอ?…..

 

วู่หยานถอนหายใจในใจ ไม่รู้ว่าควรพูดเรื่องนั้นกับมิโคโตะดีมั้ย

 

เกี่ยวกับ เหล่าน้องสาวของมิซากะ นั่นน่ะ….

 

ระบบมันเคยบอกแล้วว่า ถ้าอัญเชิญ ซัมมอน ที่เขายังไม่เคยไปโลกล่ะก็ ซัมมอนที่ออกมาจะเป็นคนก่อนหน้าหนึ่งวันที่เนื้อเรื่องหลักจะเริ่มขึ้น แต่ไม่รู้ว่าไอ้เนื้อเรื่องที่ว่ามันของอนิเมะ อินเดกซ์ คัมภีร์คาถาต้องห้าม หรือ เรลกัน แฟ้มลับคดีวิทยาศาสตร์ แต่อย่างน้อยๆไม่ว่าเรื่องไหน เธอก็ยังไม่รู้ถึงตัวตนของเหล่าน้องสาว!

 

เห็นได้จากในอนิเมะ ว่าเธอให้ความสำคัญกับเหล่าน้องสาวขนาดไหน ไม่งั้นคงไม่คิดถึงขั้นสละตัวเองเพื่อหยุดยั้งโปรเจคเลเวล6 หรอก

 

แต่ตอนนี้มิโคโตะถูกเขาอัญเชิญมาแล้ว ต่อให้เป็นก่อนเนื้อเรื่อง อินเดกซ์ คัมภีร์คาถาต้องห้าม เหล่าน้องมิซากะ ก็เกิดแล้ว!

 

ก่อนเนื้อเรื่องเริ่มต้นหนึ่งวัน เหล่าน้องสาวมิซากะ ต้องตายไปกี่คนเขาก็ไม่รู้

 

ถ้ามิโคโตะรู้เข้าคงต้องร้อนใจมากเลยละมั้ง? คงคิดว่านี้เป็นความผิดของตัวเอง ที่ทำให้เหล่าน้องสาวเจอชะตากรรมแบบนั้น….

 

แต่ถ้าไม่บอก มันก็ออกจะโหดร้ายเกินไป เพราะยังไงซะ นั่นมันก็น้องสาวของเธอ….

 

…แล้วจะทำยังไง……

 

วู่หยานทำสีหน้าลังเล ก่อนจะพูดเสียงต่ำว่า “มิโคโตะ…”

 

หันหน้ามอง เห็นสีหน้าลังเลของวู่หยาน ทำให้เธอสงสัยทันที “นายเป็นอะไรไป?”

 

ถอนหายใจ มองมิโคโตะด้วยสีหน้าจริงจัง พูดว่า “ถ้า….ถ้าฉันจะบอกว่าเมืองแห่งการศึกษาไม่ได้ดีอย่างที่เธอคิด เธอจะทำยังไง?”

 

“ไม่ได้ดีอย่างที่ฉันคิด?” กับคำพูดของวู่หยาน ทำให้มิโคโตะขมวดคิ้วทันที เลเวล5อย่างเธอมีจุดแข็งด้านการคำนวณ และไอคิวมิโคโตะก็ไม่ได้ต่ำด้วย ยังมากกว่าวู่หยานอีก เธอไม่เชื่อว่าเขาจะพูดขึ้นมาโดยไร้จุดหมาย

 

เธอเปิดปากพูดขึ้น “หยาน นายรู้อะไรใช่มั้ย?”

 

“ฉัน….”

 

“อย่ามาแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องนะ!” ก่อนที่วู่หยานจะได้ทันพูด เธอรับยกมือห้าม “ฉันรู้ว่าในฐานะผู้อัญเชิญและยังมีระบบน่าเหลือเชื่อแบบนี้อีก นายต้องรู้เรื่องอะไรบางอย่างเยอะแยะแน่นอน ไม่งั้นนายคงไม่อัญเชิญฉันโดยที่ไม่รู้อะไร นายต้องเข้าใจในตัวฉันมากแน่ ไม่งั้นคงไม่อัญเชิญฉันใช่มั้ยล่ะ?”

 

วู่หยานได้ยินก็อึ้ง ก่อนจะพูดไปว่า “มันก็ไม่แน่ ตอนนั้นฉันต้องการคนมาปกป้องฮินางิคุ ดังนั้นก็เลยอัญเชิญ!”

 

นี่ไม่ใช่เรื่องโกหก เขาชอบสาว2Dมากก็จริง แต่ตอนนั้นเขาอัญเชิญเพื้อฮินางิคุ และก็เพราะชอบเรลกันด้วย แต่นั้นก็ไม่ใช่เหตุผลหลักอยู่ดี

 

มิโคโตะไม่เชื่อคำพูดวู่หยานสักคำ เธอพูดตรงๆว่า “ถ้าก่อนหน้านี้นายบอกเหตุผลนี้มา ฉันก็คงเชื่อ แต่หลังจากได้ใช้เวลาอยู่กับนาย หยาน ฉันพบว่าทุกๆคำพูดและอารมณ์ที่นายพูดกับล้วนถูกต้องและแม่นยำ ฉันไม่เชื่อว่ากับคนที่เพิ่งรู้จักกันได้แค่วันกว่าๆ จะเข้าใจฉันได้ถึงขนาดนี้!”

 

“อาจจะเป็นเพราะระบบส่งข้อมูลเธอให้ฉันก็ได้ใช่มั้ย? เหมือนที่เธอได้ตอนแรกไง!”

 

ได้ยินคำพูดวู่หยาน มิโคโตะยิ้ม แล้วเอ่ยว่า “ได้ฟังนาย ฉันก็ยิ่งมั่นใจ นายรู้จักและเข้าใจฉันมาก ก่อนหน้าที่จะอัญเชิญฉันซะอีก!”

 

อึ้งจากคำพูดเธอ วู่หยานยิ้มฝืนๆ “ไม่คิดเลยว่า เธอจะวางกับดักด้วยการท้าฉัน….”

 

“บอกฉันมา หยาน!” มิโคโตะเบิกตาสีเกาหลัดกว้าง พูดด้วยเสียงจริงจังสุดๆ “ทำไมนายถึงพูดว่า เมืองแห่งการศึกษาไม่ได้ดีอย่างที่ฉันคิด!”

 

วู่หยานปวดหัวจี๊ด ภายใต้สยตาร้อนแรงของมิโคโตะ เงียบไปสักพัก ก่อนจะค่อยๆพูด เรื่องโคลน น้องสาวมิซากะ แอคเซลาเรเตอร์ และก็…โปรเจคเลเวล6

 

ขณะที่วู่หยานเล่า สีหน้ามิโคโตะก็มืดลงดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ และเมื่อเล่าถึง โปรเจคเลเวล6 หน้าเธอก็ซีดเผือก หลังจากเขาเล่าหมด เธอก็ก้มหน้า

 

“มัน…เป็นความผิดของฉันเอง…” มิโคโตะเงยหน้ามองเพดานด้วยแววตาว่างเปล่า

 

คิดแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้…..

 

วู่หยานลุกขึ้น แล้วเดินไปหามิโคโตะ ก่อนจะสวมกอดเธอ

 

มิโคโตะตกใจ ได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว ขณะที่กำลังจะดิ้นให้หลุด คำพูดวู่หยานก็ดังก้องเข้ามาให้หู ทำให้เธอหยุดเคลื่อนไหว

 

“จะโทษตัวเองก็ไม่เป็นไร แต่ว่านะ มิโคโตะ เธอต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง สบายใจได้ ตอนนี้เวลาของโลกเธอถูกหยุดไว้แล้ว เหล่าน้องสาวจะปลอดภัยชั่วคราว เมื่อพวกเราเก่งขึ้นจนสามารถเอาชนะ แอคเซลาเรเตอร์ ได้แล้ว เราก็กลับไปช่วยเหล่าน้องสาวกัน!”

 

ฟังวู่หยาน เธอเงียบไป

 

จนกระทั่ง รู้สึกได้ว่าร่างบางในอกพยักหน้า วู่หยานก็ยิ้มออกมา……

 

ติดตามข่าวสารได้ที่นี้ – ห้องสมุดคนรักนิยายแปล  

Comment

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้